บทความรู้ไว้ไม่ตายโหง
"ประสบการณ์คับด้ามปืน ของยอดนักสืบผู้การเอลวิส"
ออกได้ก็เข้าได้
หน้าหลัก ›› บทความรู้ไว้ไม่ตายโหง ›› ออกได้ก็เข้าได้




ฉบับก่อนเขียนเรื่องถูกออกแล้วจะไปทำอะไรกิน เตือนสติตำรวจที่ชอบลุยทำงานเสี่ยงๆ พลาดพลั้งถูกออกคงจะพอเห็นช่องทางรักษาศักดิ์ศรีไม่อายใคร ออกได้ก็ต้องกลับเข้าไปใหม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ของง่ายที่อยู่เฉยๆแล้วจะกลับเข้าไปได้ มันต้องมีวิธีการ เรื่องนี้ถือเป็นคัมภีร์สำหรับตำรวจที่ถูกออกแล้วอยากกลับเข้ารับราชการอีก แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปหลายปีแล้ว หลักเกณฑ์วิธีการอาจจะเปลี่ยนไปบ้างแต่ยังไงๆก็ยังพอยึดถือเป็นแนวทางได้
หมดอำนาจหัวโขนถูกถอดค้นพบสัจธรรมหลายอย่าง จะมีสักกี่คนที่รักเราจริง ทำให้ต้องฮึดสู้กลับเข้าสู่วงจรเดิมอีก ผมกลับเข้ารับราชการได้อีกก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆและผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือหลายคน บางคนไม่ใช่ญาติแต่ดียิ่งกว่าญาติ ผมไม่เคยลืมบุญคุณของบุคคลเหล่านี้ ออกจากราชการมีงานทำสบายกว่าแต่ก็อยากกลับเพราะมีคนสบประมาท ถูกออกในสมัยที่ พล.ต.อ.สุรพล จุลพราหมณ์ เป็นอธิบดีตำรวจ แต่ผู้ที่คับเคี่ยวกับผมจริงๆก็คือ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ รองอธิบดีตำรวจฝ่ายปราบปราม วงการนักเลงพนันกันว่าผมไม่มีทางกลับเข้ารับราชการได้หากท่านอธิบดีณรงค์ฯยังมีอำนาจอยู่
หลักเกณฑ์การกลับเข้ารับราชการ ถูกให้ออกจากราชการไม่ใช่เรื่องทุจริตสามารถกลับเข้ารับราชการได้แต่อายุตัวจะต้องไปเกิน 45 ปี ทำไงดี อธิบดีณรงค์ฯยังอยู่ในตำแหน่งเป็นปีสุดท้าย ถ้ารอท่านเกษียณผมก็หมดสิทธิ์ เป็นไรเป็นกันจำเป็นต้องยื่นกลับในสมัยของท่าน เวลาผ่านไปหลายปีอะไรๆก็อาจจะดีขึ้น อุปนิสัยคนไทยเห็นอกเห็นใจคน ลืมง่ายและให้อภัย ผมเลือกเวลาที่ท่านอธิบดีณรงค์ฯใกล้เกษียณโดยคิดว่าชั่วโมงนั้นท่านน่าจะเมตตาผม
สิ่งที่ต้องเตรียมการณ์ล่วงหน้าไว้ให้พร้อมก็คืองานด้านเอกสาร สมัยนั้นจำได้ว่าผู้ที่ถูกออกจากราชการถ้าประสงค์จะยื่นกลับจะต้องมีหลักฐานว่าระหว่างที่อยู่นอกราชการได้ช่วยเหลืองานราชการตำรวจอย่างไรบ้าง โดยมีข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปรับรอง ข้อนี้ผมผ่านสบายๆเพราะช่วงที่ออกก็ได้ไปตั้งหน่วยสืบสวนอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพจำกัด มีผลงานด้านสืบสวนจับกุมคดีทุจริตฉ้อโกงธนาคารฯประมาณ 20 คดี ไปสืบจับคดีของท้องที่ใดก็จะให้ผู้บังคับการท้องที่นั้นๆออกหนังสือรับรอง ผมได้ “ป๋าลอ” เป็นตัวช่วยสำคัญในการสืบสวนจับกุมคดีต่างๆ ไม่เคยลืมท่าน
เรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งคือ ถ้าจะกลับเข้ารับราชการจะต้องมีตำแหน่งรองรับ จะไปเอาตำแหน่งที่ไหน (ออกตำแหน่งอะไรก็ต้องเข้าในตำแหน่งเดียวกัน) ผมต้องเข้าในตำแหน่งสารวัตร ถ้าจะหวังรอตำแหน่งว่างตอนเกษียณเมื่อสิ้นปีงบประมาณก็ต้องไปแย่งกับคนอื่น ต้องขอบคุณ “ประจักษ์ศิลป์ฯ” เพื่อนรักจอมไอเดียร์ ต้องทำให้ตำแหน่งว่างและเป็นตำแหน่งของเราใครมาแย่งต้องโกรธกัน ประจักษ์ศิลป์ฯช่วยทำให้มีตำแหน่งสารวัตรว่างลง 1 ตำแหน่งในสังกัด บชก. โดยสารวัตรท่านหนึ่งอายุราชการเหลือเพียงปีเศษๆยอมเสียสละลาออกจากราชการให้ผมเข้าเสียบแทน (เทคนิคการทำให้ตำแหน่งว่างมีวิธีอย่างไรต้องสอบถาม ประจักษ์ศิลป์ฯ ปัจจุบันเป็นนักเขียนปากกาคม นามปากกา “วาทตะวัน” เจ้าของบทความ “เหี้ยส่องกระจก” และ “รัฐทำนวยหัวคูณ”)
การยื่นขอกลับเข้ารับราชการเป็นโอกาสเดียวและเป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าไม่ยื่นอายุจะเกินหมดสิทธิ์ งานนี้พลาดไม่ได้ ต้องพึ่งพาโหราศาสตร์ด้วย ดูดวงหาช่วงเวลาที่ดวงดาวโคจรทำมุมมีผลต่อลักขณา หาช่วงจังหวะที่ดวงแข็งที่สุด ได้พี่ เวทย์ เพชรบรม เป็นอาจารย์ผูกดวงกำหนดวันเวลายื่นเอกสาร เวลาที่ดีที่สุดมีเพียง 15 วันในเดือนสิงหาคม อาทิตย์เล็งลัคณา พี่เวทย์ฯบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมดวงแข็งที่สุด ทำอะไรก็สำเร็จ
การทำให้ตำแหน่งว่างเกือบจะเป็นปัญหา ตามระเบียบเมื่อตำแหน่งว่างลงฝ่ายกำลังพลต้องแจ้งให้กรมตำรวจทราบพร้อมทั้งเสนอแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งไปด้วย ปัญหาเกิดตอนที่ ผบช.ก.ในสมัยนั้นได้เสนอแต่งตั้งลูกน้องคนสนิทไปด้วย ต้องขอบคุณพี่สล้างฯ (พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เป็นหัวหอกพาผมไปที่บ้านอดีต ผบช.ก.ผู้นั้น คำพูดพี่สล้างฯพูดกับอดีต ผบช.ก.ผมยังจำได้ “...ถ้าพี่ทำอย่างนี้ก็เท่ากับทะเลาะกับเด็กมัน...” อดีต ผบช.ก.รู้ความจริง ยกเลิกการเสนอแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งที่ว่างแต่กลับจะไปเอาเรื่องกับสารวัตรที่ลาออก หาว่าขายตำแหน่ง แต่ในที่สุดก็คุยกันรู้เรื่อง
ผู้ที่มีบทบาทในการช่วยเหลืออย่างมากคือ วุฑฒิชัยฯ กับชาญชิตฯ เพื่อนรักร่วมรุ่นของผม วุฒิชัยฯดูแลเรื่องเอกสารที่ขอยื่นกลับให้ถูกต้องครบถ้วน เตรียมพร้อมเสนอเข้าที่ประชุม กตร.และคอยประสานเรื่องกำลังพล กันตำแหน่งว่างดังกล่าวไว้ให้ ชาญชิตฯเป็นผู้ประสานให้ได้เข้าพบกับอธิบดีณรงค์ฯ ธรรมดาจะเข้าบ้านใครก็ต้องพูดจากับเจ้าของบ้านก่อน ผมถือฤกษ์ยามตามดวงที่พี่เวทย์ฯให้มา วันเข้าพบอธิบดีณรงค์ฯผมนั่งรอหลังห้องเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะให้เข้าพบ ในใจก็คิดเหมือนกันว่าทำไมนานนักหรือว่าท่านยังโกรธอยู่ ยังไงก็ต้องลองเพราะไม่มีอะไรจะเสีย พอนายเวรมาตามให้เข้าพบได้ก็ต้องไปนั่งรอที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานอีกประมาณ 15 นาทีโดยไม่ได้พูดจากันเลย อธิบดีเซ็นต์ชื่อในแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลวางซ้อนเป็นตั้งๆประมาณ 20 แฟ้ม เมื่อท่านเซ็นต์แฟ้มสุดท้ายเสร็จก็โยนแฟ้มลงกับพื้นเสียงดังโครม ดังมากจนผมตกใจ คิดเหมือนกันว่าท่านคงจะระบายความอึดอัด ระบายความโกรธออกไปซะบ้างแทนการตบบั้งหูผม คำถามแรกที่ท่านถามผมคือ “มีอะไร” อยู่กันเพียงสองคนก็ว่ากันได้เต็มที่ไม่ต้องยั้ง “ผมอยากกลับเข้าตำรวจครับ ถูกออก 5 ปีเป็นการลงโทษเพียงพอแล้วครับ......” คำพูดที่ชวนให้น่าสงสารก็พรั่งพรูออกมา ผมทำการบ้านมาดี ก่อนหน้าที่จะเข้าพบอธิบดีณรงค์ฯผมได้ไปลา คุณชาตรี โสภณพนิช เจ้าสัวแบ๊งกรุงเทพ ทราบว่าได้ทาบทามอธิบดีณรงค์ฯเป็นที่ปรึกษาธนาคารฯและท่านได้ตอบรับ ถูกเผ๋งเลย ท่านอธิบดีณรงค์ฯถามถึงเรื่องธนาคารฯซึ่งผมได้เตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า บรรยากาศพูดคุยดีขึ้นเป็นลำดับ ผมไม่ลืมที่จะย้ำถึงการยื่นกลับ ท่านอธิบดีบอกว่า “ผมจะพ้นหน้าที่ในอีก 2 เดือนข้างหน้า จะทันรึ” ผมบอกว่าเพียงท่านรับผมเข้าก็พอ อธิบดีพยักหน้ารับคำ ผมรีบลาท่านด้วยความดีใจออกไปบอกเพื่อน ชาญชิตฯกับวุฒิชัยฯที่คอยลุ้นอยู่ห้องข้างๆ ชาญชิตฯไม่รอช้าคว้ากระดาษบันทึกซึ่งพิมพ์ข้อความไว้แล้วเข้าพบอธิบดีณรงค์ฯ สักพักชาญชิตฯออกมาบอกว่าท่านจะไม่ยอมเซ็นต์แต่ในที่สุดก็เซ็นต์ บันทึกนั้นมีข้อความว่า ให้นำเรื่องที่ผมยื่นขอกลับเข้ารับราชการเข้าที่ประชุม ก.ตร. ผมจึงได้ทราบระเบียบ การยื่นเรื่องกลับเข้ารับราชการนั้นเจ้ากรมจะต้องมีคำสั่งลงไปว่าจะรับหรือไม่รับ ต้องขอบคุณชาญชิตฯเพื่อนที่รอบคอบมาก
ปัญหามีตามมาอีก จะเข้าที่ประชุม ก.ตร.เมื่อไหร่เพราะใกล้สิ้นปีงบประมาณ อธิบดีณรงค์ฯก็จะเกษียณ ถ้าไม่ทันสมัยของท่านก็ต้องไปตั้งต้นกันใหม่ ประธาน ก.ตร.คือ พล.อ.ประจวบ สุนทรางกูร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ้าเข้าถึง “หัว” ได้ก็จบ จะทำยังไงดี ก่อนจะถูกให้ออกเคยไปขอความช่วยเหลือแต่ท่านปฏิเสธ คำพูดของท่านตอนนั้นยังจำได้ “....คุณไม่ใช่ญาติผม ทำไมผมต้องช่วยคุณด้วย....” ควรจะจดจำไหมล่ะครับ เวลาไม่รอยังไงก็ต้องชน ได้ผู้ใหญ่ที่ใจดีมีเมตตาสูง คุณขรรค์ชัยฯ เจ้าของหนังสือพิมพ์มติชน ส่งบันทึกน้อยถึง พล.อ.ประจวบฯ ข้อความในบันทึกไม่กี่บรรทัดแต่เป็นข้อความที่ลิขิตชีวิตของผมทีเดียว
ไม่กี่วันต่อมาก็มีการประชุม ก.ตร. ท่านประธานฯได้ถามในที่ประชุมถึงตำรวจที่ยื่นกลับเข้ารับราชการ เวรกรรมจริงๆท่านประธานฯจำชื่อผมไม่ได้ ทุกคนในที่ประชุมมองหน้ากันเชิงถามว่า “ใครว๊ะ” เพราะมีตำรวจหลายคนที่วิ่งกลับเข้ารับราชการ บุญของผมอีกที่ วุฑฒิชัยฯเพื่อนผมเป็นเลาขาที่ประชุมซึ่งรู้เรื่องดีก็บอกชื่อไปทันที ท่านประธานบอกว่าให้เอาเข้าที่ประชุมด่วนเพราะท่านจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ อาทิตย์ต่อมาการประชุม ก.ตร.เร่งด่วนก็เริ่มขึ้น เรื่องขอกลับเข้ารับราชการของผมถูกบรรจุเข้าวาระ ท่านประธานกล่าวนำในเชิงบวกมีหรือที่กรรมการอื่นจะเห็นแย้ง ม้วนเดียวจบ ผมได้กลับเข้ารับราชการตามเดิมเมื่อปี พ.ศ.2530
เห็นไหมครับ มันต้องมีการวางแผน เตรียมการณ์ เอกสารต้องพร้อม การประสานต้องดี เวลาต้องลงตัว ผมเป็นหนี้บุญคุณบุคคลหลายคน ผู้ที่ผมกล่าวถึงล้วนเป็นบุคคลที่ต้องจดจำตลอดชีวิต ยังคนอื่นๆอีกจำนวนมากที่มีส่วนช่วย ผมไม่รู้ว่าจะขอบคุณผู้มีส่วนช่วยเหลืออย่างไร ขอเขียนเรื่องนี้เผยความในใจก็แล้วกัน
ตำรวจที่ถูกออกแล้วอยากกลับเข้าไปใหม่คงพอเห็นแนวทางแล้วนะครับ ถ้าหัวเรือใหญ่ไม่เล่นด้วยก็ลำบาก ถ้าเอาด้วยก็ม้วนเดียวจบครับ.
"คุณอังกูรเล่นหนังด้วยหรอ?"
"โห...ประกบคู่กับพี่เอกสรพงษ์ด้วย"
"คลาสสิคสุดๆ...อยากดูเต็มๆจัง"
และอีกมากมายสำหรับเสียงตอบรับ เนื่องจากล่าสุดทีมงานทำ VDO "เปิดปูมฮีโร่" มาให้ได้ชมกัน วันนี้ทีมงานจีงขอสมนาคุณแฟนๆ ตามเสียงเรียกร้องครับ เราใช้เวลาตามหาภาพยนตร์สุดคลาสสิคเรื่องนี้อยู่นาน ในที่สุดก็ถึงมือแฟนๆ ไปดูกันเลยดีกว่าครับ...

(คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพยนตร์)

ตอน 1ตอน 2ตอน 3
ภาพยนตร์ เรื่อง 1+1 ฉึ่งแหลก ตอน 1 ภาพยนตร์ เรื่อง 1+1 ฉึ่งแหลก ตอน 2 ภาพยนตร์ เรื่อง 1+1 ฉึ่งแหลก ตอน 3
ติดตามกันมานาน
จนเป็นแฟนประจำกันก็มาก...
แต่หลายๆท่านคงยังอยากรู้จักคุณอังกูร (007) ในแง่มุมต่างๆ ให้ลึกลงไป
ถึงเรื่องราวชีวิตกว่าจะมาเป็นฮีโร่ของเรา
ในวันนี้ เราจึงไม่รอช้าจัดเป็น VDO
ให้ชมกันอย่างจุใจ

(คลิ๊กที่ รูปเพื่อดูวีดีโอ)

พลังสกาล่าร์ ร้องทุกข์ที่นี้